Crazy About Her 2021 : Call Me Crazy (บ้า… ก็บ้ารัก)

รีวิว Crazy About Her 2021 หนังรักตลกที่ชวนให้เสียน้ำตามากกว่าเสียงหัวเราะ

Crazy About Her 2021 บ้า…ก็บ้ารัก หนัง Netflix รักตลกดราม่าจากสเปน ที่พาคุณไปพบกับเรื่องราวความรักในแบบต่างๆ ของผู้ป่วยจิตเวช ผ่านเรื่องราวความรักของหนุ่มผู้หลงรักสาวรักสนุกวันไนท์สแตนด์ในค่ำคืนเดียว แต่แล้วกลับพบว่าเธอคือผู้ป่วยจิตเวชที่หนีออกจากโรงพยาบาลบ้า ทางเดียวที่จะเข้าหาเธอคือ ต้องแสร้งบ้าเพื่อเข้าไปอยู่ในนั้นด้วย!

พล็อตเรื่องนี้รวมทั้งตัวอย่างที่ออกมาดูยังไงนี่ก็คือหนังรักที่ขายพล็อตบ้าๆ ที่ให้พระเอก “อาดรี้” เอาตัวเข้าไปอยู่ในโรงพยาบาลบ้า (ในรีวิวขอใช้คำนี้แทนจิตเวช เพราะในเรื่องนี้ก็ใช้คำว่าบ้าตรงๆ จะเข้าใจง่ายกว่า) เพื่อตามหา “คาร์ล่า” หญิงสาวที่ตัวเขาหลงในคืนเดียว แม้ตัวเองจะเป็นหนุ่มรักสนุกจีบสาวตามผับมาก่อนนี้แล้วก็ตาม แต่ด้วยความที่จู่ๆ ก็ประทับใจในลูกบ้าหลายอย่างที่เธอพาเขาไปทำอะไรใหม่ๆ

Crazy About Her (2021)

ในคืนนั้น ก่อนจบลงด้วย SEX และการลาจากอย่างเร่งด่วน ทิ้งไว้ให้เขางุนงงตกผลึกตัวเองอยู่นาน ไม่มีกระจิตกระใจทำอะไรเฝ้าแต่คิดถึงเธอในคืนนั้น สุดท้ายเขาก็ได้รู้ว่าเธอคือผู้ป่วยจิตเวช และก็ต้องยอมโกหกบอสว่าจะขอเข้าไปในโรงพยาบาลบ้า เพื่อหาข้อมูลมาเขียน แต่จริงๆ คือต้องการเข้าไปขอเบอร์โทรแล้วออกมา แต่กลายเป็นว่าเมื่อปลอมประวัติว่าตัวเองบ้าและเข้าไปได้ สาวที่เขาหลงรักในคืนนั้นกลับเป็นคนไม่ใช่ในตอนนี้ และเขาก็ถูกกักตัวไว้ไม่สามารถกลับออกมาจากที่นั่นได้อย่างแผนที่เตรียมไว้

ฟังดูเรื่องราวมันน่าจะเป็น…

หนังตลกจริงๆ จังๆ ที่เอาคนปกติดีไปอยู่ในดงคนบ้าใช่มั้ยครับ แต่กลายเป็นว่านี่เป็นหนังรักตลกที่เต็มไปด้วยดราม่าลึกซึ้ง สะเทือนใจ จนเสียน้ำตาได้ไม่รู้ตัว เมื่อเรื่องราวดำเนินไปแบบไม่ได้เน้นตลกอะไรมากอย่างที่เข้าใจในตอนแรก และก็ไม่ได้เอาอาการทางจิตของผู้ป่วยมาเล่นเป็นเรื่องตลก ด้อยค่าคนที่ป่วยเป็นโรคแบบต่างๆ

ในเรื่องนี้เลย กลายเป็นว่าพระเอกที่เข้าไปเพราะเรื่องรัก กลับต้องพบกับโลกใหม่ที่ทำให้เขาต้องใกล้ชิดผู้ป่วยจิตเวชหลากหลายแบบ และต้องคบเป็นเพื่อนเพื่อให้การประเมิณจากผู้ป่วยด้วยกันเองออกมาได้ดี จะได้มีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตข้างนอกได้ แต่การคบเป็นเพื่อนนี้กลับทำให้เขารับรู้ว่าโลกในนี้มีเรื่องราวปัญหาในชีวิตสะเทือนใจของผู้ป่วยจิตเวชที่ใครยากจะเข้าใจซ่อนอยู่ในตัวทุกคน และกลายเป็นพระเอกเองที่มาช่วยทำให้ผู้ป่วยเหล่านี้รู้สึกปลดล็อกสิ่งที่ค้างคาไว้ในชีวิต หนังรักปี2020

หนังทำช่วงดราม่าปลดล็อกปัญหาออกมาได้สะเทือนใจในแบบไม่บิ้วคนดูให้รู้ก่อนเลยว่านี่คือสิ่งที่ผู้ป่วยคนนี้ต้องการให้พระเอกช่วย ซึ่งซีนแรกที่ออกมาเป็นเรื่องราวของชายที่คิดว่าตัวเองอยู่ในโลกของสายลับต้องปกปิดความลับตัวเองทุกอย่าง หนังทำได้น่าประทับใจมากในการส่งต่ออารมณ์ในเรื่องที่พระเอกประสบอยู่ไปยังผู้ชมได้ทันที เรียกว่าใครอ่อนไหวนี่มีน้ำตาแตกแน่นอน และก็มีเคสต่อจากนั้นตามมาอีกเป็นเรื่องราวความรักของผู้ป่วยด้วยกันเอง

จากสาวที่เป็นโรคชักกระตุกหลงรักหนุ่มรักสะอาดแบบเว่อร์ๆ (เป็นโรคจิดแบบหนึ่ง) ซึ่งก็กลายเป็นเรื่องราวลุ้นรักจากพระเอกที่ทำตัวเป็นกามเทพให้ทั้งคู่ ผ่านสกิลสำนวนการเขียนสคิปต์ของพระเอกที่เป็นงานถนัด และก็มีเรื่องราวอื่นๆ ตามมาอีกเรื่อยๆ ซึ่งหนังใช้เวลาส่วนนี้ไปชั่วโมงกว่า แทบไม่ได้มายุ่งกับเรื่องปัญหาความรักของพระเอกนางเอกแบบที่เริ่มมาตอนแรกเลย แต่กลับทำออกมาได้ประทับใจ ให้ความรู้สึกฟีลกู๊ดลุ้นให้ผู้ป่วยเหล่านี้ได้ผ่านปัญหาชีวิตไปให้ได้

หลังผ่านไปชั่วโมงกว่าเรื่องถึงวกกลับเข้ามาที่ปัญหาความรักของพระเอกที่เกิดขึ้นในตอนแรก และก็มีฉากที่พระเอกต้องเลือกว่าจะออกหรือจะอยู่ต่อไป ซึ่งหนังวางจังหวะเหตุผลของเรื่องไว้ลงตัวมาก ทำให้เราเชื่อได้ว่าทำไมพระเอกเลือกที่จะไม่ไป แม้จะกลับออกไปได้ง่ายๆ แล้วก็ตาม เมื่อพระเอกเลือกอยู่เพื่อแก้ปัญหาความรักที่เกิดขึ้นกับนางเอก ซึ่งเป็นโรคจิตประเภทหนึ่งที่อันตรายกับคนรอบข้าง (อ่านในสปอยล์ด้านล่างเพิ่มได้ว่าโรคอะไรครับ) และก็เป็นสาเหตุให้เธอปิดใจกับทุกคน กลายเป็นสาวรักสนุกไม่ผูกพันหรือต้องการรู้สึกยึดติดใครไว้กับตัว จึงทำให้พระเอกต้องพยายามให้เธอเปิดใจและเชื่อว่าโรคนี้ต้องรักษาหายได้

เป็นช่วงที่หนังออกแนวสวีทโรแมนติกให้กำลังใจฝ่าฟันปัญหาให้กับคนรัก ซึ่งฟังดูอาจจะน้ำเน่า และดูก็เหมือนหนังง่ายๆ ตามสูตร แต่กลายเป็นว่านี่เป็นแค่ช่วงพักก่อนจะเข้าสู่ปมปัญหาที่แท้จริง ซึ่งหนังเลือกเส้นทางไม่เพ้อฝันไปจากความเป็นจริง และก็ทำให้คนดูเข้าใจเชิงลึกมากขึ้นด้วยว่า สิ่งที่พระเอกทำไม่ใช่สิ่งที่ถูกนัก ปัญหาของคนป่วยทางจิตไม่ใช่จะแก้กันได้ง่ายๆ แบบที่คิด แต่ไม่ต้องกลัวว่าหนังจะจบแบบเศร้าหดหู่ เพราะหนังหาทางออกจบในแบบที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงที่สุดได้ดี แต่ก่อนจบมีฉากตลกๆ กลับมาหลุดโลกนิดหน่อยให้คนดูได้ยิ้มๆ ผ่อนคลายกำลังดี เรียกว่าจบสวยลงตัวมากครับ

อีกสิ่งที่ทำให้เรื่องดีขึ้นมากคือ ตัวละครสมทบที่เป็นผู้ป่วยในโรคต่างๆ กันในกลุ่มเพื่อนพระเอก แต่ละคนแสดงออกมาดีเว่อร์จนเหมือนเป็นผู้ป่วยโรคนั้นจริงๆ โดยเฉพาะสองคนหลักที่ป่วยคิดว่าตัวเองเป็นสายลับกับสาวโรคชักกระตุก หนังไม่ได้มีบททำให้พวกเขาดูตลกเลย กลับกันเรากลับรู้สึกสะเทือนใจ เข้าใจมากขึ้นว่าทำไมคนป่วยถึงเลือกปิดตัวเองมาใช้ชีวิตในนี้แทนที่ข้างนอก แต่จุดนี้ก็น่าเสียด้วยว่าพอเป็นหนังความยาวแค่ชั่วโมงกว่า ทำให้เรื่องไม่สามารถปันเวลาให้กับคนป่วยอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มเพื่อนพระเอกได้มากกว่าสองคนนั้นที่เป็นตัวหลักของเรื่องราวดราม่าในเรื่องนี้ ดูซีรี่ส์เกาหลี

นานๆ จะมีหนังเน็ตฟลิกซ์แท้ๆ ที่เขียนบทออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ลวกๆ ไม่เป็นไปตามสูตรง่ายๆ ถ้าใครเคยชอบหนังแนวผู้ป่วยทางจิตอย่าง One Flew Over the Cuckoo’s Nest (บ้าก็บ้าวะ) ของแจ็คนิโคลสันที่เก่าแบบขึ้นหิ้ง หรือ ซีรีส์เกาหลีน้ำดีปีก่อน It’s Okay to Not Be Okay เรื่องหัวใจ ไม่ไหวอย่าฝืน ที่ทั้งสองเรื่องเกี่ยวโรงพยาบาลและผู้ป่วยจิตเวชทั้งคู่ เรื่องนี้ก็คืออารมณ์ใกล้เคียงกัน และก็ทำออกมาได้เคารพผู้ป่วย ไม่ถูกนำมาเป็นตลก แนะนำเลยว่านี่จะเป็นหนังเล็กๆ ที่ดูจบแล้วเก็บเกี่ยวความประทับใจกลับไปได้มากกว่าที่คิดแน่นอนครับ

สรุป

หนังรักตลกฟอร์มเล็กจากสเปน แต่กลับมีดีเกินคาดด้วยดราม่าเรื่องราวของผู้ป่วยจิตเวชที่สะเทือนใจจนเรียกน้ำตาได้ง่ายๆ และก็ยังคงเรื่องราวความรักของคนปกติกับผู้ป่วยจิตเวชในแบบเป็นจริงไม่เพ้อฝันสวยๆ ทั้งยังทำให้คนดูได้เข้าใจโลกของผู้ป่วยจิตเวชในแง่มุมใหม่มากขึ้นไปอีกครับ (ถ้าใครเคยดู It’s Okay to Not Be Okay แล้วชอบสตอรี่เรื่องราวผู้ป่วยแบบนั้น เรื่องนี้ก็เป็นแบบเดียวกันเลยครับ)

จุดเด่นของหนัง

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งการ ดูหนังออนไลน์ ที่ค่อนข้างสร้างความน่าสนใจไม่น้อยเลยก็ได้ถึงจะเป็นหนังภาษาสเปนก็ตาม แต่จังหวะซึ้งหรือจังหวะดำมากของหนัง เรียกว่าออกมาแบบปุบปับโดยที่ไม่ต้องเลี้ยวอะไรกันเลยด้วยซ้ำอีกทั้ง ยังมีการนำเสนอปัญหาและรวมไปถึงผู้ป่วยของโลกปกติ ออกมาได้อย่างน่าสนใจและสะเทือนใจเป็นอย่างมาก กับความรักแบบที่สมจริง กับคนป่วยจิตเวชและรวมไปถึงเรื่องราว ยังมีความตลกเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในแบบ ที่เรียกว่าไม่ได้ดูถูกหรือลดค่าของผู้ป่วยในด้านนี้ ออกไปเลยอีกทั้งนักแสดงสมทบก็สามารถที่จะเล่นกับผู้ป่วยทางจิตได้เหมือนจริง เป็นอย่างมากและที่สำคัญที่ผมค่อนข้างชอบ เป็นอย่างมากเลยก็คือจุดเด่นของหนังเรื่องนี้คือ เพลงประกอบที่เพราะมากที่แทรกออกมาเบาๆ ที่ให้เรื่องไปได้ดีและกำลังพอเหมาะอีกด้วย

จุดด้อยของหนัง

เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ ที่เห็นได้อย่างชัดเจนในจุดด้อยคือ ด้วยเวลาที่มีจำกัดตัวละครป่วยหรือผู้ป่วยในเรื่องถูกเล่าออกมาหนักๆ เพียงแค่ 3 ตัวละครเท่านั้น ซึ่งมันไม่ครบทุกคนในการที่จะนำเสนอทั้งกลุ่มได้จึงทำให้มันเป็นจุดใด ที่ทำให้ดูเรื่องขาดหายไปได้บางครั้งบางจุด บางตอนอีกครั้งอาการโรค ของนางเอกก็ยังแสดงออกมาแบบที่ได้นึกว่า ไม่ครบทั้งหมดถ้าใครมีความรู้ทางด้านนี้ อาจจะดูแล้วหงุดหงิดได้ในส่วนของพระเอกเองก็อาจจะดูไม่มีเสน่ห์อะไรมากมายนัก แต่ก็ไม่ได้เป็นข้อเสียทีเดียวหรือไม่แสดงไม่ดี แต่โดยรวมแล้วก็ยังพอรับได้ แต่โดยรวมแล้วก็ยังคงเป็นจุดด้อย และช่องโหว่ของหนังอยู่พอสมควรเลยก็ว่าได้

ชื่อผู้กำกับ : Dani de la Orden

รายชื่อนักแสดง : Álvaro Cervantes, Susana Abaitua, Luis Zahera

กำกับการแสดง : Dani de la Orden

นำแสดง : Alvaro Cervantes, Susana Abaitua, Luis Zahera