รีวิว แปลรักฉันด้วยใจเธอ

แปลรักฉันด้วยใจเธอ : ที่สุดแห่งมิตรภาพ ความรัก ที่งดงามดีต่อใจ

แปลรักฉันด้วยใจเธอ ท่ามกลางบรรยากาศสายลมและแสงแดดของเมืองภูเก็ต เพื่อนสมัยเด็กที่ห่างหายกันไปหลายปีอย่าง “เต๋” (บิวกิ้น) และ “โอ้เอ๋ว” (พีพี) โคจรกลับมาเจอกันอีกครั้งที่โรงเรียนกวดวิชาภาษาจีน เพื่อเตรียมสอบแอดมิชชันเข้ามหาวิทยาลัย แต่ในเมื่อต่างฝ่ายต่างมุ่งมั่น จะสอบเข้าคณะนิเทศศาสตร์ของมหาวิทยาลัยเดียวกัน เพื่อนรักที่เคยร่วมฝัน จึงกลับกลายมาเป็นคู่แข่งคนสำคัญ

เมื่อยิ่งสำคัญ ก็ยิ่งอยู่ในสายตา … การที่เต๋และโอ้เอ๋วได้กลับมาใกล้กันอีกครั้ง ทำให้ทั้งสองได้รู้จักกันและกันมากขึ้น จนได้นำพาไปสู่ความรู้สึกใหม่ ที่ต่างก็ไม่เคยรู้สึกมาก่อน ในวันที่พวกเขายังเด็ก สนามสอบที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเด็ก ม.6 ครั้งนี้ จึงมีทั้งความฝันและความผูกพันของเด็กหนุ่มสองคนเป็นเดิมพัน

ซีรีส์เริ่มตอนแรก 22 ตุลาคม ผ่านมาถึงวันนี้ก็ 3ep แล้วจ้ะ ขอบอกตรงนี้เลยว่า ได้มูฟออนเป็นวงกลมกันแน่นอนสำหรับซีรีส์น้ำดีที่นาดาวบางกอกตั้งใจเสิร์ฟให้เป็นอาหารตาและอาหารใจขนาดนี้

เรื่องราวของเด็กชายผู้ไม่รู้ใจตัวเอง

พล็อตพื้น ๆ ออกมาแบบนี้เลยละจ้ะ แต่สามารถขยายมันออกมาได้มากมายจนกลมกลึง บทมีความละเอียดอ่อนและไม่ปล่อยความรู้สึกใดใดให้หลุดไปเลยสักนิดเดียว เนื้อเน้น ๆ ไม่มีน้ำ เคี้ยวกันหนึบหนับอร่อยลิ้น แต่ละฉากที่ออกมาสื่อสารความรู้สึกถึงใจคนดูได้อย่างเฉลียวฉลาด โดยเฉพาะภาษาภาพต่าง ๆ สามารถดึงให้เข้าถึงอารมณ์ตัวละครได้อย่างเนียน ๆ เป็นซีรีส์ที่มีความเรียลแตกต่างจากซีรีส์เรื่องอื่น ๆ เมื่อพูดถึงความจริงที่ว่า เมื่อความรู้สึกบางอย่างเข้ามาแทนที่ บางครั้งเราก็แปลหัวใจตัวเองไม่ออก

การใช้ภาษาจีนเป็นโครงสร้างของบทเป็นอะไรที่คลาสสิกเอามาก ๆ ในทุก ๆ ฉากจะมีการสื่อสารด้วยภาษาภาพ ภาษาพูด กริยาอารมณ์ของตัวละครต่อกันเป็นฉาก ๆ เผยให้เห็นความสัมพันธ์ที่พัฒนาไปเรื่อย ๆ อย่างเป็นธรรมชาติและที่สำคัญ มันสวยงาม ทุกบทสนทนาของตัวละครมีความหมายเรียกว่าเราจะทิ้งคำพูดไหนไปแบบไม่สนใจไม่ได้เลย มันมีความหมายแฝงอยู่ในนั้นแทบจะทุกประโยค ไม่ต้องถึงกับตั้งใจดูเลยนะคะ แต่ซีรีส์จะทำให้เราคลาดสายตาจากหน้าจอไปไม่ได้เองโดยอัตโนมัติ เพราะเราจะเหมือนเป็นส่วนหนึ่งกับเนื้อเรื่อง แทบจะนั่งอยู่ข้าง ๆ หรือร่วมความรู้สึกเดียวกันกับตัวละครเลยด้วยซ้ำในหลาย ๆ ฉาก

การสื่อสารที่เข้าถึงและตีโจทย์แตก

ชื่อเรื่องมันบอกความรู้สึกตัวละคร เต๋ หมดทุกอย่างเลยนะ เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก พูดไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าจะพูดออกมาว่ายังไง สับสนรึเปล่าก็ไม่รู้ เข้าใจหัวใจตัวเองรึเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ก็ปฏิเสธความรู้สึกนั้นไม่ได้ เรื่องนี้ตัว โอ้เอ๋ว เป็น LGBT ที่เปิดเผยชัดเจนอยู่แล้ว เพื่อนทุกคนรู้แม้กระทั่งตัวเต๋เองยิ่งรู้ดีกว่าใคร ๆ ตัวละครเต๋จะเป็นคนที่ลุ่มลึกในความรู้สึก อึดอัดร้อนรนและสับสนจนบอกไม่ถูก บิวกิ้นเล่นบทนี้ได้แตกกระจุย สามารถส่งอินเนอร์ตัวละครออกมาได้แบบจัง ๆ จนคนดูมีความรู้สึกร่วม เข้าถึง ได้ง่าย ๆ หนังรักปี2020

บวกกับเพลงประกอบที่ส่งออกมาได้จังหวะและเข้ากับฉาก การตัดต่อที่กลมกลืน เรียกว่าละมุนเลยทีเดียว โลเคชัน ฉาก มุมกล้อง ทุกอย่างที่ประกอบกันมีความหมายที่แปลความออกมาได้หมด ส่งให้ซีรีส์มีความกลมและสวยงามจนรู้สึกได้เลยว่า ตัวละครเต๋กำลังเผชิญอยู่กับอะไร และบอกเราออกมาดัง ๆ ว่าความรักไม่ว่าจะเกิดขึ้นมาในรูปแบบใด มันสวยงามเสมอ อีกอย่างที่ต้องชมอย่างจริงจังเลยก็คือ การคุลมโทนของซีรีส์เรื่องนี้เป๊ะปัง ไม่กระเด็นออกไปไหน นอกจากการใช้ภาษาจีนเป็นโครงสร้างของบทแล้ว การใช้สี แดง เขียว น้ำเงินในซีรีส์ ยังเป็นสื่อสัญลักษณ์ของตัวละคร สร้างภาพจำและอารมณ์ร่วมให้อินมากขึ้นไปอีก

ภูเก็ตแตกแน่ ๆ ค่ะงานนี้ ทัวร์จีนทัวร์ไทยต้องแห่กันไปลงที่ภูเก็ต บรรยากาศท้องทะเล มุมกล้องที่สื่อออกมาถึงความเป็นส่วนตัว ที่มีเพียงเขาสองคนเท่านั้นเป็นเจ้าของมันทำให้ภูเก็ตเต็มไปด้วยความอบอุ่นมากยิ่งขึ้น การสื่อสารสวยงามที่ผู้กำกับบรรจงสื่อออกมา สร้างภาพลักษณ์ของความรักให้สวยงาม โดยที่เราไม่สนใจเลยว่าจะเป็นความรักในรูปแบบไหนได้ง่าย ๆ เป็นซีรีส์ Y สะอาดสะอ้านและงดงามชวนมอง ฟิน เขิน กดดัน มีความสุขและเข้าใจในหัวอกของตัวแสดงได้อย่างซึมลึก เป็นมิตรภาพความรักที่สร้างอารมณ์ร่วมได้หลากหลายเอามาก ๆ

จนอยากจะยกให้เป็นซีรีส์ Y อันดับ 1 ของปีนี้ไปเลยทีเดียว งานประกาศรางวัลปีนี้สนุกแน่ ๆ ค่ะ ซีรีส์ออนแอร์มา 3 ตอนแล้วนะคะ เรื่องนี้เป็นซีรีส์ 5 ตอนจบ ที่ขัดใจคนดูตอนนี้มาก เพราะอยากให้มีสัก 12 ตอน

ดีงามมากมายกับการสื่อสารที่สละสลวย

ความลุ่มลึกของซีรีส์เรื่องนี้อยู่ตรงที่ การใช้คำแปลภาษาจีนเป็นโครงสร้างของตัวบท นอกจากสร้างภาพจำที่จะทำให้คนดูคล้อยตามได้ง่าย ๆ แล้ว ความโรแมนติกก็มาค่ะ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ ลองนึกถึงภาพเด็กผู้ชายสองคนที่เป็นเพื่อนสนิทสมัยเด็ก อยู่ดี ๆ ทะเลาะกันจ้ะด้วยเรื่องเล็กกระจิ๋วแต่มันกินใจในความรู้สึกของอีกฝ่าย ที่ช่างอ่อนไหวซะเหลือเกิน ก็ เต๋ ไงจะใครล่ะ ในบทของเต๋นี่เขาจะเป็นคนลุ่มลึกในความรู้สึก แต่ก็พูดไม่ออกบอกไม่ถูก ในขณะเดียวกันทางฝั่ง โอ้เอ๋ว กลับเป็นคนที่ตรงไป

สองคนกลับมาเจอกันอีกครั้งที่โรงเรียนสอนภาษาจีน เพื่อเตรียมสอบแอดมิชชัน เก้ ๆ กัง ๆ อยู่พักนึงจ้ะแล้วก็คืนดีกัน กลับมาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดกันอีกครั้ง ซีรีส์ปูพื้นให้ตัวละครพัฒนาความสัมพันธ์อย่างเป็นขั้นเป็นตอน จากศัตรูไปสู่มิตรและจากมิตรนำพาไปสู่ความรู้สึกที่พิเศษมากขึ้นไปอีก แบบว้าว ๆ เลย ด้วยการเล่าเรื่องผ่านภาพ ผ่านบริบทของตัวละคร การแสดงออก ผ่านคำพูด สายตา ท่าทาง สถานที่ เรียกว่าการสื่อสารในโลกนี้มีเท่าไหร่ มันประโคมโหมใส่มาที่ตัวเอกสองตัวนี่เลยทีเดียว ดูซีรี่ส์เกาหลี

เป็นซีรีส์ Y สายสะอาดที่ดีงามในความรู้สึก การแสดงออกทางความรักขอบอกว่าล้ำกว่าซีรีส์ Y เรื่องอื่น ๆ ที่ผ่านมา จนอดนึกถึงภาพยนตร์เรื่อง Call me by your name ไม่ได้กันเลยเชียวแหละ

บทว่าดีแล้ว อินเนอร์ตัวแสดงคือดีเลิศ
เรื่องนี้ขอเอนเอียงไปชื่นชมกับความสามารถของบิวกิ้นเป็นพิเศษ เพราะฮีรับบทหนักกว่าใคร ๆ ใจบางมากแม่เอ้ยยย อินเนอร์บิวกิ้นคือตีบทแตกกระจุยกระจาย ดึงความรู้สึกร่วมของคนดูได้เต็มเหนี่ยว เราสามารถรู้สึกอึดอัดและสับสนไปกับเขา พูดไม่ออกบอกไม่ถูกและฟุ้งซ่านจนเกินต้าน ใจเราต้องการอะไรและเป็นอะไรอยู่ในขณะนี้ ใครก็ได้บอกฉันทีเพราะฉันไม่รู้จะบอกกับตัวเองยังไง ฉันแปลหัวใจตัวเองไม่ออก…อินเนอร์บิวกิ้นมันส่องแสงออกมาแบบเจิดจรัส จนคนดูทางบ้านอดลุ้นไปด้วยไม่ได้

ฉากเลิฟซีนมีไหม ตอบว่ามีแน่นอนแต่เป็นเลิฟซีนที่ก้าวไปอีกขั้น มีความเป็นอีโรติกงดงามจนเรียกว่าเป็นศิลปะการสื่อสารกันเลยดีกว่า ให้ความรู้สึกของความรักบริสุทธิ์ ความต้องการของวัยรุ่น ที่ความต้องการภายในมันเรียกร้องออกมาอย่างสวยงาม พอดิบพอดีพาให้ขวยเขินแกมเห็นอกเห็นใจ การแสดงของทั้งสองคน บิวกิ้นและพีพี ทำให้คนดูสามารถเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาได้ง่าย ๆ แบบง่ายกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ต้องชมทั้งนักแสดงและผู้กำกับเลยนะ นฤเบศ กูโน ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ

ใส่ใจทุกกระเบียดแม้แต่จุดเล็ก ๆ น้อย ๆ

โปรดักชันงานดีขอมอบให้เรื่องนี้ไปเลยค่ะ การเลือกใช้สีที่เข้มชัดอย่าง แดง เขียว น้ำเงิน แต่ยังคลุมโทนได้ไม่มีหลุด บ่งบอกว่าทีมโปดักชันทำงานละเอียดและใส่ใจมากขนาดไหน บวกกับการย้อมสีโทนอบอุ่น มันช่วยส่งความรู้สึกสับสนภายในใจได้อย่างชัดเจน เฟรมภาพแต่ละภาพมีองค์ประกอบที่ลงตัวสวยงามและซ่อนความหมายในทุก ๆ ภาพ สิ่งของที่ใช้ สี เรียกได้ว่ารายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มีหลุด ถือเป็นการสื่อสารด้วยภาพที่ฉลาดและกระทบใจ

บวกกับโลเคชันโดยรอบที่คัดเฟรมภาพอย่างจงใจ บอกความรู้สึกถึงสถานที่เฉพาะที่มีเพียงเขาเขาสองคน คือโรแมนติกไปได้เฉย ทั้ง ๆ ที่เป็นบริบทที่แสนจะธรรมดา ทุกไดอะล็อกของเรื่องนี้มีความหมายหมดค่ะ เล่าเรื่องเป็นเส้นตรงแต่ฉับไว จูงคนดูให้เดินตามไปได้เรื่อย ๆ แบบไม่มีเบื่อ มีช่วงทิ้งอารมณ์ให้รอคอย ลุ้นและอยากจะเดินเข้าไปเขย่าเรียกสติพ่อพระเอกซะเหลือเกิน ยี่ห้อนาดาวนี่ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ค่ะ ปรบมือเกรียวกราวและไหว้ย่ออย่างสวยงามกันเลยทีเดียว…ผ่านมา 3 ตอนแล้วนะ เหลืออีก 2 ตอนจะจบแล้ว เคลมไวกว่าประกันภัยก็ซีรีส์ดี ๆ เรื่องนี้นี่แหละ

ชื่ออังกฤษ : I told sunset about you
โปรดิวเซอร์ : ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร
กำกับการแสดง : บอส-นฤเบศ กูโน
แนวละคร : Romantic Coming of Age
ผลิต : นาดาว บางกอก ร่วมกับ LINE TV
เวลาออกอากาศ : ตอนใหม่ ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น. บน LINE TV

จุดเด่น
บทละเอียดและเป็นการสื่อสารที่สละสลวย ทั้งภาษาภาพ การเล่นสี สร้างภาพจำและดึงความรู้สึกให้เกิดอารมณ์ร่วมได้ง่าย ๆ
นักแสดงนำเข้าถึงบทบาท ส่งอินเนอร์ออกมาถึงคนดูได้อย่างตรงไปตรงมา การดำเนินเรื่องฉับไวและพาให้คนดูเดินตามเป็นเส้นตรงไปได้เรื่อย ๆ อย่างไม่มีเบื่อ
ถ้าบอกว่ารักแห่งสยามเป็นภาพยนตร์ในความทรงจำของใครหลายคน “แปลรักฉันด้วยใจเธอ” ก็จะเป็นซีรีส์ที่สร้างความทรงจำทำนองเดียวกันได้ไม่แพ้กัน แตกต่างกันตรงที่เรื่องนี้มีความเป็น Y สูงกว่าเท่านั้นเอง

จุดสังเกต
การเล่าเรื่องในตอนแรก บทของตัวแสดงเด็กขาดความสมจริงในช่วงอายุไปสักหน่อย แต่ไม่ได้ทำให้ซีรีส์เสียอรรถรส